“รุ่นโดดตึก” | เหรียญหลวงพ่อคูณ กับคืนไฟนรกโรงงานเคเดอร์
ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2536
ประเทศไทยต้องเผชิญกับหนึ่งในโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของวงการอุตสาหกรรมไทย
“เหตุไฟไหม้โรงงานเคเดอร์”
โรงงานผลิตตุ๊กตาส่งออก บริเวณพุทธมณฑลสาย 4 จังหวัดนครปฐม
เปลวไฟพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ควันดำปกคลุมทั่วท้องฟ้า
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วโรงงาน
หลายคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะวิ่งออกมา
ประตูบางส่วนถูกล็อก
ทางหนีไฟไม่เพียงพอ
และอาคารเต็มไปด้วยวัสดุไวไฟ
เหตุการณ์ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตถึง 188 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก กลายเป็นหนึ่งในเหตุไฟไหม้โรงงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยและของโลก
แต่ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่
กลับมีเรื่องเล่าหนึ่ง
ที่ถูกพูดถึงในวงการพระมานานกว่า 30 ปี
เรื่องของหญิงสาวคนหนึ่ง
กับเหรียญหลวงพ่อคูณที่เธอคล้องคอไว้
ก่อนกระโดดจากชั้น 3 หนีตาย
และต่อมา
วงการพระเริ่มเรียกเหรียญรุ่นนั้นว่า
“รุ่นโดดตึก”
เด็กสาววัย 16 ปี กับเหรียญที่แม่ให้มา
หญิงสาวคนนั้นชื่อ “นางไพรัตน์ แสงสุด” หรือ “จิ๋ม”
ชาวจังหวัดนครราชสีมา
ในปีเกิดเหตุ เธออายุเพียง 16 ปี และทำงานเป็นพนักงานโรงงานผลิตตุ๊กตาเคเดอร์
ก่อนเดินทางไปทำงาน
แม่ของเธอได้มอบเหรียญหลวงพ่อคูณให้ติดตัวไว้
เหรียญนั้นคือ:
“รุ่นสหกรณ์ด่านขุนทด ปี 2530”
ลักษณะเป็นเหรียญทองแดงลงดำ
ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อคูณท่านั่งยอง
มือซ้ายจับจีวร มือขวากอดเข่า
ส่วนด้านหลังเป็นถุงเงินถุงทอง พร้อมยันต์ และข้อความ:
“รุ่นสหกรณ์ ด่านขุนทด พ.ศ.2530”
ตอนนั้น
เธอคงไม่รู้ว่า เหรียญองค์นี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่คนทั้งประเทศจดจำ
วันที่ไฟไหม้โรงงานเคเดอร์
ช่วงเย็นของวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 ก่อนเลิกงานไม่นาน
เธอได้ยินเสียงคนตะโกนว่า
“ไฟไหม้!”
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลายเป็นความโกลาหล
ภายในอาคารเต็มไปด้วยควันไฟ
แทบมองไม่เห็นอะไร
พนักงานจำนวนมากวิ่งหนีตาย
บางคนร้องไห้
บางคนสำลักควัน
เธอเล่าว่า
ตอนแรกพยายามวิ่งลงมาชั้น 2
แต่ลงไม่ได้
จึงตะกายกลับขึ้นไปชั้น 3
ซึ่งเต็มไปด้วยคนงานที่กำลังรอกระโดดหนีตาย
หลายคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
เพราะต่างคนต่างดึงกันเอาชีวิตรอด
“ถ้าตาย…แม่จะได้หาศพเจอง่าย”
นี่คือหนึ่งในประโยคที่สะเทือนใจที่สุดของเรื่องนี้
นางไพรัตน์เล่าว่า
ตอนนั้นเธอคิดว่า:
“ยังไงก็คงไม่รอด”
และถ้าตาย
อย่างน้อยแม่จะได้หาศพเจอง่าย
ไม่ต้องกลายเป็นร่างไหม้จนจำไม่ได้
เธอปีนออกไปที่หน้าต่างชั้น 3
มองลงมาด้านล่าง
ซึ่งเป็นพื้นปูนซีเมนต์
สูงมาก
ก่อนกระโดด
เธอจับเหรียญหลวงพ่อคูณที่คล้องคออยู่
แล้วอธิษฐาน
“ขอให้รอด”
กล่องกระดาษ 2 ใบ ใต้ร่างที่กำลังตกลงมา
หลังจากกระโดดลงมา
สิ่งที่เกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องที่เธอเชื่อมาตลอดชีวิตว่าเป็น “ปาฏิหาริย์”
เพราะบริเวณที่เธอตกลงมา
มีกล่องกระดาษอยู่ 2 แผ่น
ช่วยรองรับแรงกระแทก
แม้จะบาดเจ็บ แขนขาบวม และขัดยอก
แต่เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล
ผลเอ็กซเรย์กลับพบว่าไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงอย่างที่ควรจะเป็นจากการตกจากชั้น 3 ลงพื้นปูน
และเธอรอดชีวิต
จุดเริ่มต้นของชื่อ “รุ่นโดดตึก”
หลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป
เรื่องราวของหญิงสาวชาวโคราชที่รอดจากไฟไหม้โรงงานเคเดอร์ พร้อมเหรียญหลวงพ่อคูณ กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วประเทศ
โดยเฉพาะในวงการพระ
ผู้คนเริ่มตามหาเหรียญ:
รุ่นสหกรณ์ด่านขุนทด ปี 2530
มากขึ้นอย่างรวดเร็ว
และไม่นานหลังจากนั้น
คนในวงการก็เริ่มเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า
“รุ่นโดดตึก”
ซึ่งเป็นชื่อที่ติดปากมาจนถึงทุกวันนี้
ปาฏิหาริย์…หรือพลังใจในวินาทีใกล้ตาย
แน่นอนว่า ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า
การรอดชีวิตครั้งนั้นเกิดจาก “อภินิหาร” จริงหรือไม่
สิ่งที่ยืนยันได้ คือ:
- มีเหตุไฟไหม้โรงงานเคเดอร์จริง
- นางไพรัตน์รอดชีวิตจริง
- เธอคล้องเหรียญหลวงพ่อคูณจริง
- และเธอเชื่อมาตลอดว่า หลวงพ่อคูณช่วยชีวิตเธอไว้
แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง
ในวินาทีที่มนุษย์เข้าใกล้ความตายที่สุด
จิตใจต้องการ “สิ่งยึดเหนี่ยว”
และบางครั้ง
ศรัทธาเพียงเล็กน้อย
อาจกลายเป็นพลังให้มนุษย์ตัดสินใจ “สู้ต่อ”
สำหรับนางไพรัตน์
เหรียญหลวงพ่อคูณอาจไม่ใช่เพียงวัตถุมงคล
แต่มันคือ:
“ความหวังสุดท้าย”
ในคืนที่เธอคิดว่าชีวิตกำลังจะจบลง
เรื่องเล่าที่ทำให้ชื่อหลวงพ่อคูณแพร่กระจายไปทั่วประเทศ
ช่วงปลายยุค 2530 ถึงต้น 2540
ชื่อของหลวงพ่อคูณแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่จากโฆษณา
แต่จาก “เรื่องเล่าของผู้คน”
ทั้ง:
- คนขับรถ
- ทหาร
- ตำรวจ
- พ่อค้า
- คนงาน
ต่างเล่าประสบการณ์ของตัวเองต่อกันไป
และเหตุการณ์โรงงานเคเดอร์
กลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
จนทำให้:
“รุ่นสหกรณ์ด่านขุนทด”
กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่มีเรื่องราวฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทย


ใส่ความเห็น