ทำไมคนไทยเรียกหลวงพ่อคูณว่า “พระผู้ให้”
ถ้าพูดถึงหลวงพ่อคูณ
หลายคนอาจนึกถึงพระเครื่องชื่อดัง
บางคนนึกถึงรุ่นเจริญพร
บางคนนึกถึงรุ่นรับเสด็จ
บางคนนึกถึงคำพูดตรง ๆ แบบบ้าน ๆ ของท่าน
แต่สำหรับคนไทยจำนวนมาก
ชื่อของ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ถูกจดจำในอีกชื่อหนึ่งเสมอ
“พระผู้ให้”
คำนี้ไม่ได้เกิดจากการตั้งฉายาอย่างเป็นทางการ
แต่มาจากสิ่งที่ผู้คนเห็นจากชีวิตจริงของท่านตลอดหลายสิบปี
หลวงพ่อคูณไม่ใช่พระที่ใช้ชีวิตหรูหรา แม้จะมีลูกศิษย์และผู้ศรัทธาทั่วประเทศ
ท่านยังอยู่อย่างเรียบง่าย
ฉันอาหารง่าย ๆ
นั่งคุยกับชาวบ้านธรรมดา
และแทบไม่สนใจทรัพย์สินส่วนตัว
แต่สิ่งที่ท่านทำมาตลอด คือการช่วยเหลือผู้คน
ตลอดช่วงชีวิตของหลวงพ่อคูณ มีการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้าง:
- โรงเรียน
- โรงพยาบาล
- อาคารเรียน
- รถพยาบาล
- ถนน
- สะพาน
- ทุนการศึกษา
กระจายอยู่ทั่วหลายจังหวัดของประเทศไทย
หนึ่งในโครงการที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการบริจาคเงินให้ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกหลายแห่งในภาคอีสาน
ในปี พ.ศ. 2538 หลวงพ่อคูณเคยบริจาคเงินกว่า 72 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์หลายแห่ง จนกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศในเวลานั้น
สำหรับยุคนั้น เงินจำนวนนี้ถือว่าสูงมาก
และยิ่งน่าประหลาดใจขึ้นไปอีก เมื่อผู้คนรู้ว่า พระชราที่นั่งเงียบอยู่ในวัดบ้านไร่ คือคนที่นำเงินทั้งหมดกลับคืนสู่สังคม
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่หลายคนยังจดจำได้ คือเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ได้บริจาคเงินจำนวน 30 ล้านบาท เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา (มจร.) ตำบลทุ่งสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ภาพของหลวงพ่อคูณในวันนั้น กลายเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ที่ถูกแชร์ต่อกันมาหลายยุค
ไม่มีพิธีหรูหรา
ไม่มีเวทีใหญ่โต
มีเพียงพระชรารูปหนึ่ง ที่นั่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้านและคณะสงฆ์ พร้อมป้ายบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อการศึกษา
เหตุการณ์นั้นยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกว่า
หลวงพ่อคูณไม่ได้เพียง “เทศน์เรื่องการให้”
แต่ท่าน “ใช้ชีวิตแบบผู้ให้” จริง ๆ
ในหลายพื้นที่ของภาคอีสาน ชื่อของหลวงพ่อคูณไม่ได้ดังเพราะพระเครื่องอย่างเดียว
แต่ดังเพราะชาวบ้านรู้ว่า
หากโรงเรียนขาดงบ
หากโรงพยาบาลขาดอุปกรณ์
หรือหากชุมชนมีปัญหา
หลวงพ่อคูณมักยื่นมือเข้าช่วยเสมอ
คำพูดสั้น ๆ อย่าง
“กูให้”
จึงกลายเป็นเหมือนตัวแทนของชีวิตทั้งชีวิตของท่าน
ไม่มีคำธรรมะซับซ้อน
ไม่มีคำพูดสวยหรู
แต่คนไทยทั้งประเทศกลับจำได้
เพราะมันคือสิ่งที่หลวงพ่อคูณ “ทำจริง”
สิ่งที่ทำให้ผู้คนยิ่งศรัทธาหลวงพ่อคูณมากขึ้น คือแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านก็ยังเลือก “ให้” เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนละสังขาร หลวงพ่อคูณได้ทำพินัยกรรมบริจาคร่างกายให้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อใช้เป็น “อาจารย์ใหญ่” สำหรับนักศึกษาแพทย์
วันที่ท่านเดินทางไปลงนามบริจาคร่างกายด้วยตัวเอง กลายเป็นภาพที่ผู้คนจำนวนมากยังจำได้จนทุกวันนี้
ไม่มีพิธีใหญ่โต
ไม่มีคำพูดสะเทือนอารมณ์
มีเพียงพระชรารูปหนึ่ง ที่เดินเข้าไปเซ็นเอกสารอย่างเรียบง่าย
เหมือนกำลังทำเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับคนไทยจำนวนมาก
นั่นคือภาพของ “พระผู้ให้” อย่างแท้จริง
แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว
ชื่อของหลวงพ่อคูณก็ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนเสมอ
ทั้งในฐานะพระเกจิ
พระนักพัฒนา
และพระผู้ให้แห่งวัดบ้านไร่
และบางที…
สิ่งที่ทำให้คนไทยรักหลวงพ่อคูณมากขนาดนี้
อาจไม่ใช่เพราะท่านมีพระดังที่สุด
แต่เป็นเพราะท่านใช้ทั้งชีวิต
เพื่อ “ให้” ผู้คนจริง ๆ


ใส่ความเห็น