“ไม่ต้องเอากูไว้ที่วัดบ้านไร่ เอากูไปขอนแก่นเลย ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเดี๋ยวปัญหาจะตามมาเยอะ” – คำพูดของ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ พระเกจิอาจารย์แห่งวัดบ้านไร่ ที่สะท้อนถึงปณิธานแน่วแน่ของท่านในการมอบร่างกายเพื่อเป็นครูใหญ่ทางการแพทย์
พินัยกรรมที่มาจากหัวใจ
ย้อนกลับไปในปี 2536 หลวงพ่อคูณได้ทำพินัยกรรม บริจาคร่างกายให้กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยกำหนดให้ร่างของท่านต้องถูกนำไปถึงมหาวิทยาลัยภายใน 24 ชั่วโมงหลังละสังขาร เพื่อป้องกันการแย่งชิงและแสวงหาผลประโยชน์จากร่างของท่าน
การตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จนกระทั่งในวันที่ 25 พฤษภาคม 2543 หลวงพ่อคูณได้ลงนามพินัยกรรมอย่างเป็นทางการ
อิทธิพลของหลวงพ่อคูณต่อสังคม
หลังจากหลวงพ่อคูณละสังขารเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ร่างของท่านได้ถูกส่งต่อไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นตามพินัยกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น กว่า 3 เท่า!
เดิมทีมีผู้บริจาคเพียง 30-40 คนต่อเดือน แต่หลังจากเรื่องราวของหลวงพ่อคูณเผยแพร่ออกไป ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นเป็น 300-400 คนต่อเดือน จนถึงปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนบริจาคร่างกายมากกว่า 80,000 ราย
พิธีพระราชทานเพลิงศพและลอยอังคาร
วันที่ 29 มกราคม 2562 มีพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ณ พุทธมณฑลอีสาน วัดหนองแวง พระอารามหลวง โดยมีการเผาตามแบบโบราณของอีสาน “เผาจากด้านบนลงล่าง” เพื่อให้ร่างกายของท่านกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริง
วันที่ 30 มกราคม 2562 ขบวนเคลื่อนอัฐิของหลวงพ่อคูณเดินทางไปยัง แม่น้ำโขง จ.หนองคาย เพื่อทำพิธีลอยอังคาร ตามเจตนารมณ์สุดท้ายของท่าน
บทสรุปของครูใหญ่แห่งแผ่นดิน
หลวงพ่อคูณ ไม่ได้เพียงแค่สอนธรรมะ แต่ท่านยังมอบร่างกายเป็น “ครูใหญ่” ให้กับวงการแพทย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนรุ่นหลัง
การจากไปของท่าน ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายหันมาบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา หลวงพ่อคูณจึงไม่ใช่แค่พระเกจิที่มีชื่อเสียง แต่เป็น “แบบอย่างของการให้” ที่แท้จริง
“กูให้พวกมึงหมดแล้ว” – คำสั้น ๆ ที่สะท้อนถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นที่รักของประชาชน


ใส่ความเห็น